Pages

Friday, July 28, 2017

รีวิว Moov i6HR สายรัดข้อมืออัจฉริยะ

ใครที่กำลังมองหานาฬิกาหรือสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพสักเรือน แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกยี่ห้อไหน รุ่นไหนดี ลองพิจารณารุ่นนี้ครับ  Moov i6HR


มาดูเหตุผลของความอยากได้นาฬิกาเพื่อสุขภาพของผมกันก่อน
  • ด้วยความที่ช่วงหลังๆ มานี้ ผมค่อนข้างไม่สบายบ่อยๆ เลยอยากได้อะไรสักอย่างมาวัดค่าดูสักหน่อยว่าวันๆ นึงผมทำอะไรไปบ้าง เดินไปกี่ก้าว ระยะทางเท่าไหร่ จะได้มาออกกำลังกายเพิ่มเติมถ้ามันน้อยเกินไป
  • ผมทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ปวดหลังบ่อยๆ เลยอยากได้เจ้านาฬิกาเพื่อสุขภาพมาใช้สักเรือน ด้วยที่มันมีฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเวลานั่งทำงานนานๆ จะได้ลุกไปเดิน เปลี่ยนท่าทาง ขยับร่างกายบ้าง
  • อยากรู้ว่าตอนนอนเรานอนหลับเป็นยังไงบ้าง หลับสนิทหรือตื่นบ่อยแค่ไหน นอนวันละกี่ชั่วโมง
  • เพื่ออนาคตที่อยากจะออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราว จะได้มีอุปกรณ์ไว้คอยเก็บบันทึกการออกกำลังกายของเราเอาไว้บ้าง
  • ความอยากได้(กิเลส)ล้วนๆ ครับ

เพื่อนๆ อ่านแล้วอาจจะเห็นว่าเป็นเหตุผลที่ค่อนข้างน้อยทีเดียว บางอย่างก็สามารถบังคับตัวเองก็ได้ หรือใช้แอพตัวอื่นมาตรวจวัดก็ได้ แต่ก็นะมันไม่สะดวก(ข้ออ้าง) ต้องใช้หลายแอพหลายตัว ต้องพกโทรศัพท์ตลอดเวลาอีก เกะกะ เลยสรุปได้ว่า นาฬิกานี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว สามารถติดตัวได้ตลอดเวลาไม่เกะกะเพราะเราก็ใส่กันประจำอยู่แล้ว



หลังจากที่กิเลสเข้าครอบงำ เราก็ต้องเริ่มหาข้อมูลดูครับว่านาฬิกายี่ห้อไหน รุ่นไหน มีฟังก์ชั่นที่เราต้องการบ้าง ราคาเท่าไหร่ สู้ไหวมั้ย นั่งดูใน aliexpress อยู่หลายวันจนตาลาย เพราะมันมีหลายรูปทรง มีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อย จนถึงหลายพันบาท นั่งดูของพี่จีนอยู่พักใหญ่ ก็มาเจอเพจที่ขายในบ้านเราหลายเพจ เลยเกิดความคิดที่ว่า เราจะไปสั่งเข้ามาเองทำไม ในเมื่อบ้านเราก็มีเอาเข้ามาขาย แพงกว่าไม่กี่บาท ได้ของเร็ว มีรับประกัน(นิดหน่อย) ก็ยังดี ก็เปรียบเทียบกันต่อไปอีกหลายเพจ จนมาจบที่ตัวนี้แหละครับ Moov i6HR


ทำไมต้อง Moov i6HR

แน่นอนครับว่ามีทุกอย่างที่ผมต้องการตามที่เกริ่นไว้ข้างบน เป็นนาฬิกาได้ วัดก้าวเดิน วัดแคลอรี่ ระยะทาง และตรวจวัดชีพจรได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ รับข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือ ทั้ง Line Facebook Twitter เตือนสายเรียกเข้า ตั้งเวลาการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ ถือว่าครบตามที่(ผม) ต้องการ ออ… กันน้ำได้ดีในระดับหนึง ที่สำคัญราคาไม่แรงครับ



แกะกล่อง Moov i6HR
หลังจากที่ตัดสินใจเลือกได้แล้วสั่งซื้อไปไม่กี่วันของก็มาถึง พอแกะออกมาภายในกล่องก็จะมีตัวนาฬิกาและคู่มือมาให้ 1 เล่ม(เล็กๆ) พอแกะออกมาแล้ว แตะหน้าจอค้างไว้เบาๆ เพื่อเปิดเครื่อง ดูปริมาณแบตที่ติดมาสักหน่อยว่ามีมาให้มากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อยมากกก แนะนำให้เสียบทิ้งไว้ก่อนครับ แปปเดียวก็เต็มแล้ว ถ้าตามคู่มือบอกไว้ก็ 45 นาทีครับ ระหว่างที่รอชาร์ทแบตก็นั่งอ่านคู่มือเล่มน้อยไปพลางๆ โหลดแอพ Zeroner Health Pro ที่ใช้คู่กับสายรัดข้อมือตัวนี้มารอไว้ในเครื่องมือถือเราแล้วลงทะเบียนเอาไว้ก่อนเลย เดี๋ยวพอเต็มแล้วเราก็มาเห่อกันต่อครับ


พอแบตเต็มเรามาเชื่อมต่อมือถือกับนาฬิกาให้รู้จักกันก่อน ด้วยการเปิด Bluetooth ในเครื่องมือถือเรา และเปิด แอพ Zeroner Health Pro โดยเข้าไปในส่วนของ Device เพื่อค้นหาสายรัดข้อมือของเรา แล้วเลือกเพื่อเชื่อมต่อครับ

การใช้งาน Moov i6HR
การใช้งานส่วนใหญ่จะควบคุมผ่านแอพเป็นหลัก ส่วนตัวนาฬิกาหรือสายรัดข้อมือนั้นจะเอาไว้ดูผลมากกว่าครับ เมื่อเราใส่บนข้อมือของเราแล้ว เวลาเราพลิกข้อมือเหมือนเราจะดูนาฬิกา หน้าจอจะสว่างขึ้นมือให้เราโดยอัตโนมัติ แต่ถ้ามันไม่แสดงผล ให้เราปัดหน้าจอขึ้นหรือลง 1 ครั้งหน้าจอจะติดครับ โดยการปัดขึ้นลงในแต่ละครั้ง จะเป็นการแสดงเมนูหลักๆ ของเครื่อง และให้เราปัดไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อเข้าไปในส่วนของเมนูย่อยครับ โดยเมนูจะมีดังนี้ครับ (ผมใช้ปัดขึ้นนะครับ)
Message - จะแจ้งเตือนในกรณีที่เราตั้งค่าไว้สำหรับ app ต่างๆ ในมือถือเราครับ
Training - อันนี้ผมไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ ถ้าเปิดเข้าไป จะมีโหมดออกกำลังกายขึ้นมาถ้าจะใช้ก็ให้เลือกโดยการกดค้างไว้ที่หน้าจอครับ
Function - เมนูนี้จะมีหลายอย่างหน่อย เช่น Find Phone ค้นหาโทรศัพท์, No Disturb ปิดการแจ้งเตือน, Dial เปลี่ยน Skin หน้าจอ เลือกได้แล้วแต่ชอบเลยครับ มีให้เลือก 4 แบบ, Information แสดงค่าต่างๆ ของนาฬิกา รุ่น เวอร์ชั่น ip mac address ครับ Restore Set คืนค่าเครื่อง และสุดท้าย Power Off ปิดเครื่องครับ
Schedule - ตั้งการแจ้งเตือนนัดหมายครับ


หลังจากใช้งาน 2 สัปดาห์
- การใช้งาน ส่วนตัวรู้สึกว่าคุ้มค่าครับ ครบถ้วนตามสิ่งที่ต้องการกับราคาที่จ่ายไปเรียกได้ว่าคุ้มค่าตัวที่เดียว เรื่องค่าต่างๆ ที่วัดออกมานั้น บอกไม่ได้ว่าแม่นยำแค่ไหน แต่ก็พอทำให้เรารู้ได้คร่าวๆ ได้ครับ ถ้าจะให้รู้ชัดๆ คงต้องเปรียบเทียบกับตัวแพงๆ ของแบรนด์ดังๆ ดู ครั้นจะเทสก็ไม่มีให้ให้ลองซะด้วย (ก็มีตัวนี้อยู่ตัวเดียว)
- การแจ้งเตือน app ต่างๆ ทำได้ดีทั้ง Line Facebook และข้อความของตัวเครื่อง รวมถึงสายเรียกเข้า แต่อาจจะอ่านอะไรมากไม่ได้ แต่ก็พอทำให้รู้ว่าใครส่งอะไรมาครับ
- แบตเตอรี่ สามารถอยู่ได้ 5-7 วัน ครับ ถือว่าอึดใช้ได้ดีทีเดียว ตอนแรกนึกว่าต้องชาร์ททุกวัน
- การเชื่อมต่อ รวดเร็วดีครับ เท่าที่ใช้มายังไม่หลุดให้เห็นครับ

ข้อเสีย
- กับการใช้งานทั่วๆ ไป ผมว่าไม่มีปัญหาอะไร ที่เห็นๆสำหรับผมคือมัน ค่อนข้างเปลืองแบตมือถือในการเปิด Bluetooth ทั้งวันแค่นั้นครับ (ผมไม่ค่อยได้พก powerbank ติดตัว... มันหนัก) และเท่าที่สังเกตหลังจากที่แอพ Zeroner Health Pro อัพเดตล่าสุด ตัวแอพจะไม่ได้ sync ข้อมูลตลอดเวลา แต่จะ sync เฉพาะตอนที่เราเปิด app เท่านั้นครับ อย่างตัวผมไม่ได้ซีเรียสอะไรกับการเตือนข้อความหรือค่าต่างๆ พอจะดูทีก็เปิด BT ทีก็โอเคอยู่ แต่ถ้าใครต้องการที่จะรับการแจ้งเตือนข้อความตลอดเวลา ก็ต้องยอมแลกนิดนึงครับ
- ไม่มีฟิล์มกันรอยให้ใช้ ตอนแกะกล่องออกมาจะมีพลาสติกใสๆ แปะมาให้อยู่นะครับ แต่มันมีรูปติดมาด้วยจะปล่อยทิ้งไว้เป็นกันรอย ก็ไม่ไหว อันนี้ผมแก้ปัญหาด้วยการเอาสติ๊กเกอร์สูญญากาศที่เอาไว้ติดป้ายภาษีหน้ารถมาติดแทนก็ใช้แทนได้ครับ ถ้าฝีมือดีๆ ติดเนียบๆ ไล่ฟองอากาศหมด ผมว่าโอเคเลยทีเดียวครับ

ขอจบรีวิวคร่าวๆ ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมีเวลาจะลองเขียนเกี่ยวกับตัวแอพ Zeroner Health Pro อีกสักโพสนึงครับ ถ้าเพื่อนๆ มีข้อแนะนำหรือสอบถามเพิ่มเติมก็คอมเม้นท์ไว้นะครับ เดี๋ยวผมจะไปหาคำตอบมาให้ครับ

No comments:

Post a Comment